โคมไฮเบย์โรงงานเลือกวัตต์ยังไงดี?
การเลือก โคมไฮเบย์ LED โรงงาน คลังสินค้า หรือโกดังขนาดใหญ่ ไม่ใช่แค่เลือกโคมที่วัตต์สูงไว้ก่อน เพราะในความเป็นจริง การดูแค่ค่าวัตต์อาจทำให้ได้แสงไม่เหมาะกับหน้างาน ใช้งานไม่คุ้มค่า และสิ้นเปลืองงบประมาณไปเปล่าๆ
NINE LIGHTING จะพาคุณเข้าใจวิธีเลือกวัตต์โคมไฮเบย์ LED อย่างถูกต้อง ตั้งแต่พื้นฐานเรื่องวัตต์ ลูเมน ลูเมนต่อวัตต์ ไปจนถึงค่า Lux และปัจจัยหน้างานจริง เพื่อช่วยให้คุณเลือกโคมไฮเบย์ได้ “พอดี” และ “คุ้มค่า” มากที่สุด
ทำไมการเลือกโคมไฮเบย์ LED ไม่ควรดูแค่ค่าวัตต์?
หลายคนมักเริ่มต้นเลือกโคมจากคำถามว่า
“พื้นที่แบบนี้ควรใช้โคมไฮเบย์กี่วัตต์?”
ค่าวัตต์ (Watt) ก็เป็นตัวเลขที่สำคัญ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า วัตต์ (Watt) ≠ ความสว่าง วัตต์บอกแค่ปริมาณไฟฟ้าที่โคมใช้ ไม่ได้บอกความสว่างที่โคมให้จริงๆ ถึงจะมีค่าวัตต์เท่ากัน อาจให้ความสว่างแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับคุณภาพของชิป LED การออกแบบตัวโคม ระบบระบายความร้อน และไดรเวอร์ ของแต่ละแบรนด์
ตัวอย่างเช่น โคมไฮเบย์ ENRICH 100W มีให้เลือก 2 รุ่น
- ประสิทธิภาพ 100 lm/W = ให้แสง 10,000 ลูเมน
- ประสิทธิภาพ 110 lm/W = ให้แสง 11,000 ลูเมน
ผลต่าง: แม้ใช้ไฟเท่ากันที่ 100W แต่ความสว่างต่างกัน 10% ซึ่งในพื้นที่จริงอาจทำให้ประหยัดโคมได้ 1-2 ดวงต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร
ความสว่างไฮเบย์จริงๆ ต้องดูจากอะไร?
1. ลูเมน (Lumen) – ความสว่างที่โคมให้ได้จริง
บอกปริมาณแสงที่โคมไฟปล่อยออกมาโดยตรง ยิ่งลูเมนสูง โคมก็ยิ่งสว่าง ตัวอย่างโดยทั่วไปของโคมไฮเบย์ LED คุณภาพดี
100W ≈ 11,000–15,000 ลูเมน
150W ≈ 20,000–22,000 ลูเมน
การดูค่าลูเมนคู่กับวัตต์ จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าโคมใช้ไฟเท่านี้ ให้แสงได้มากน้อยแค่ไหน
2. ลูเมนต่อวัตต์ (lm/W) – ตัวชี้วัดความคุ้มค่า
ค่าลูเมนต่อวัตต์(Lumen per Watt หรือ lm/W) อีกค่าสำคัญของการเลือกโคมไฮเบย์ เป็นตัวบอกว่าประสิทธิภาพของโคมไฟว่าใช้ไฟ 1 วัตต์ สามารถให้ความสว่างได้กี่ลูเมน ยิ่งค่า lm/W สูง โคมก็ยิ่งให้แสงมากเมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้
ตัวอย่างเปรียบเทียบโคมไฮเบย์ LED 100W
ประสิทธิภาพ 100 lm/W → ให้แสง 10,000 ลูเมน
ประสิทธิภาพ 110 lm/W → ให้แสง 11,000 ลูเมน
แม้ใช้ไฟเท่ากัน แต่โคมที่มีค่า lm/W สูงกว่า ให้ความสว่างเพิ่มขึ้นถึง 10% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสว่างในพื้นที่จริง ค่า Lux ที่พื้น และจำนวนโคมที่ต้องติดตั้ง หากเลือกโคมที่มีประสิทธิภาพสูง จะช่วยลดทั้งค่าไฟและค่าอุปกรณ์ในระยะยาว
3. ค่า Lux – ความสว่างที่ตกถึงพื้นที่ทำงาน
ค่า Lux คือความสว่างที่วัดได้จริงบนพื้นผิว ค่าที่บอกระดับความสว่างที่ตกถึงพื้นหรือพื้นที่ทำงาน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สุดในการใช้งานจริง
| ประเภทพื้นที่ | Lux ที่แนะนำ |
| คลังสินค้าทั่วไป | 150-200 Lux |
| พื้นที่บรรจุภัณฑ์ | 200-300 Lux |
| โรงงานประกอบชิ้นส่วน | 300-500 Lux |
| งานละเอียด/ตรวจสอบคุณภาพ | 500-750 Lux |
หมายเหตุ: ค่า Lux ขึ้นกับความสูงติดตั้ง ระยะห่างระหว่างโคม และการสะท้อนแสงของพื้นผิว
ต่อให้โคมไฮเบย์มีวัตต์และลูเมนสูง หากค่า Lux ที่พื้นที่ไม่ถึง ก็ถือว่ายังไม่เหมาะกับการใช้งาน
สรุป
เลือกใช้ โคมไฮเบย์ LED ไม่ควรดูแค่ค่าวัตต์เพียงอย่างเดียว เพราะวัตต์บอกแค่การใช้พลังงานไฟฟ้า ความสว่างที่ได้จริงขึ้นอยู่กับค่าลูเมน ประสิทธิภาพลูเมนต่อวัตต์ (lm/W) และค่า Lux ที่ตกถึงพื้นที่ใช้งาน โคมที่มีค่า lm/W สูง จะให้แสงมากกว่าในขณะที่ใช้ไฟเท่ากัน ช่วยให้พื้นที่สว่างได้ตามมาตรฐาน Lux ที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มวัตต์หรือจำนวนโคม ทำให้ประหยัดพลังงานและคุ้มค่าในระยะยาว
เลือกซื้อโคมไฮเบย์ เลือกแสงสว่าง จากแบรนด์ที่คุณเลือก ศูนย์รวมแบรนด์ชั้นนำ ให้คุณเลือกซื้อไม่ว่าจะสปอร์ตไลท์ โคมไฟไฮเบย์ โคมถนน หลอดไฟ LED ไฟโซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถาม-สั่งซื้อเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Line : @NINELED

