โคมไฟไฮเบย์ 200W และ 150W ต่างกันเยอะไหม?

โคมไฮเบย์ 200W กับ 150W ต่างกันเยอะไหม

โคมไฟไฮเบย์ 200W และ 150W ต่างกันเยอะไหม?

ไม่ว่าจะเป็นไฟในสนามกีฬาในร่ม สนามบาส แบดมินตัน หรือฟุตบอล ไปจนถึงไฟโรงงาน ในทุกพื้นที่แสงสว่างเป็นสิ่งที่ต้องนึกถึง ในการเลือกโคมไฮเบย์ ให้เหมาะสมต้องดูทั้งความสูงเพดาน พื้นที่ใช้งาน และค่าลูเมนต่อวัตต์ ร่วมด้วยในการประกอบการตัดสินใจ ครั้งนี้เรามาพูดถึงโคมไฟไฮเบย์ 150W และ 200W ที่เป็นที่นิยมว่ามีความต่างกันในด้านความสว่าง การติดตั้งใช้งาน หรือกินไฟมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้คุณได้ใช้งานได้ตรงความต้องการมากที่สุด

โคมไฮเบย์เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

โคมไฮเบย์ (High Bay Light) ออกแบบมาสำหรับ พื้นที่เพดานสูง 4–15 เมตรขึ้นไป ในสถานที่อย่างโรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า สนามกีฬาในร่ม และพื้นที่ผลิตต่าง ๆ เพราะต้องการแสงสว่างมากกว่าพื้นที่ทั่วไป 

  • โคมไฮเบย์ในโรงงาน–โกดังใช้ยังไง? ในโรงงานทั่วไป โคมไฮเบย์จะใช้ติดตั้งแบบแขวน หรือใช้ตะขอเกี่ยวกับโครงหลังคา เพื่อให้แสงลงด้านล่างให้ทั่วถึง โครงสร้างเลนส์และมุมกระจายแสงจึงสำคัญมาก เพราะต้องให้แสงตกถึงพื้นอย่างสม่ำเสมอ
  • โคมไฮเบย์ในสนามกีฬาใช้ยังไง? ในสนามกีฬาในร่ม โคมไฮเบย์ใช้เพื่อให้แสงกระจายกว้างและสม่ำเสมอ โดยต้องสว่างพอสำหรับการเคลื่อนไหวรวดเร็ว หลีกเลี่ยงแสงแยงตานักกีฬาเช่น การตีแบด การชู้ตบาส หรือเกมฟุตบอลในร่ม

 

โคมไฮเบย์ 150W กับ 200W ต่างกันตรงไหนบ้าง?

แม้ทั้งสองรุ่นจะมีหน้าตาคล้ายกัน และมีวัตต์ที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างกัน เทียบจากเรื่องความสว่าง การกระจายแสง ค่าไฟ/ประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานดังนี้

1) ค่าความสว่าง (ลูเมน)

โดยทั่วไปโคมไฮเบย์ 150W และ200W ให้ความสว่างอยู่ที่

  • 150W ให้แสงประมาณ 15,000–24,000 ลูเมน
  • 200W ให้แสงประมาณ 20,000–32,000 ลูเมน

ความต่างรวม ๆ อยู่ที่ประมาณ 30–40% จึงเหมาะกับเพดานที่สูงกว่า 7 เมตรขึ้นไป

2) การกระจายแสง (Beam Angle)

โคมไฮเบย์มีมุมกระจายแสงหลายแบบ เช่น 60°, 90°, 120° ซึ่งควรเลือกให้เหมาะกับสภาพพื้นที่

  • พื้นที่สูง ต้องการ องศาแคบ (60°–90°) เพื่อให้แสงโฟกัสลงพื้น
  • พื้นที่ต่ำกว่า 7–8 เมตร ใช้ องศากว้าง (120°) ดีกว่า

ทั้งไฮเบย์ 150W และ 200W มักใช้ได้เหมือนกัน ต่างกันที่ “ระยะกระจายแสง” ของวัตต์สูงที่ส่งแสงได้ไกลกว่า ให้แสงมากกว่า

3) ค่าไฟและประสิทธิภาพ (lm/W)

โคมไฮเบย์ 200W ใช้ไฟมากกว่า 150W แน่นอน แต่ถ้าเลือกแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพ ≥100 lm/W จะช่วยประหยัดขึ้น ลดต้นทุนได้มากขึ้น ตัวอย่างค่าไฟ

  • 150W เปิด 12 ชม./วัน 30 วัน → 64.8 kWh
  • 200W เปิด 12 ชม./วัน 30 วัน → 86.4 kWh

4) อายุการใช้งาน

ถ้าเป็นโคมคุณภาพดีจะมีอายุประมาณ 20,000–50,000 ชั่วโมง ทั้ง 150W และ 200W ไม่ต่างกันมาก แต่โคมวัตต์สูงจะมีความร้อนมากกว่า จึงควรเลือกวัสดุระบายความร้อนได้ดี เพื่อยืดอายุการใช้งาน 

ควรใช้โคมไฮเบย์กี่วัตต์กับความสูงกี่เมตร?

นี่เป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด เพราะ “ความสูงเพดาน” ส่งผลต่อการเลือกวัตต์มากที่สุด  ตารางแนะนำวัตต์ตามความสูงเพดาน

ความสูงเพดาน วัตต์ที่เหมาะสม ความสว่างที่ได้
3–7 เมตร 100W–150W สว่างกำลังดีสำหรับงานทั่วไป
5–7 เมตร 150W ให้ความสว่างเหมาะกับโกดัง
7–10 เมตร 200W สว่างเพียงพอ ไม่มืด
9–15 เมตร 200W–250W ต้องการความสว่างมากขึ้น

ปัจจัยที่มีส่วนต้องเพิ่ม/ลดวัตต์โคมไฮเบย์ ถ้าความหนาแน่นของชั้นวางสินค้าต้องเพิ่มวัตต์ ถ้ามีสีผนัง/พื้นเป็นสีเข้ม แสงจะดูดซับมากขึ้น และถ้าเปิดทั้งวันควรเลือกโคมที่มี lm/W สูงเพื่อลดค่าไฟ

สรุปเปรียบเทียบ 150W vs 200W แบบเข้าใจง่าย

รายการ 150W 200W
ความสว่าง เหมาะกับเพดานไม่เกิน 5–7 เมตร เหมาะกับเพดานสูง 7-10เมตร
ค่าไฟ ประหยัดกว่า ใช้ไฟมากกว่า
การกระจายแสง ปานกลาง ไกลกว่า
การนำไปใช้ โรงงานทั่วไป โกดังขนาดกลาง โรงงานใหญ่ พื้นที่สูง สนามกีฬาในร่ม

เลือกแบบไหนคุ้มกว่า?

  • เพดานต่ำกว่า 7 เมตร → เลือก 150W คุ้มกว่า
  • เพดานสูงกว่า 7-10 เมตร → เลือก 200W จะได้แสงถึงพื้น ไม่มืด

สรุป

โคมไฮเบย์ 150W และ 200W มีความต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะความสว่างและค่าไฟ จุดตัดสินใจสำคัญที่สุดคือ ความสูงเพดาน ลักษณะพื้นที่ และความต้องการแสงของพื้นที่ ถ้าใช้วัตต์น้อยเกินไปทำให้พื้นมืด เกิดการทำงานผิดพลาดได้ง่าย แต่ถ้าวัตต์มากเกินไปอีกก็จะสิ้นเปลืองค่าไฟโดยไม่จำเป็น ดังนั้นการเลือกโคมไฟไฮเบย์ 200W หรือ 150W จึงต้องอิงกับหลายปัจจัย ทั้งความสูงเพดาน พื้นที่ใช้งาน และค่า Lumen ต่อวัตต์ของโคมรุ่นนั้น ๆ เลือกให้ถูกตั้งแต่แรกช่วยลดค่าไฟ ประหยัดต้นทุน และเพิ่มความปลอดภัยของพื้นที่ทำงานตามมาด้วย

พื้นที่รวมแบรนด์ชั้นนำ ให้คุณเลือกซื้อไม่ว่าจะสปอร์ตไลท์ โคมไฟไฮเบย์ โคมถนน หลอดไฟ LED ไฟโซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถาม-สั่งซื้อเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่  Line : @NINELED