ค่าลักซ์โคมไฮเบย์โรงงานอุตสาหกรรม

มาตรฐานลักซ์โรงงานอุตสาหกรรม

ในยุคที่โรงงานหันมาใช้โคมไฟไฮเบย์ LED กันมากขึ้น แสงสว่างในโรงงานอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่เรื่องของความสว่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมองไปถึงค่าลักซ์ ตามมาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง จากประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงาน ความปลอดภัย และคุณภาพของสินค้า

จะพาคุณเข้าใจกฎของกระทรวงฯ เกี่ยวกับแสงสว่าง ตามกำหนดของกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้การใช้งานโคมไฮเบย์ในฐานะผู้ประกอบการได้ประสิทธิภาพและถูกต้องตามข้อกฎหมายที่นายจ้างต้องทำตามด้วย

ลักซ์ (Lux) คืออะไร? ทำไมโรงงานต้องให้ความสำคัญ

ความหมายตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลักซ์ (Lux) คือหน่วยวัด “ความเข้มของแสงสว่าง” ที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวต่อหนึ่งหน่วยตารางเมตร

  • ลูเมน = ปริมาณแสงทั้งหมด
  • ลักซ์ = ความสว่างที่เรา “ได้รับจริง”

ความสำคัญของแสงสว่างในโรงงาน

หากค่าลักซ์ต่ำเกินไป อาจทำให้เกิดความผิดพลาดในกระบวนการผลิตได้ทันที แสงสว่างที่เหมาะสมช่วย ดังนี้

  • ลดอุบัติเหตุในการทำงาน
  • เพิ่มความแม่นยำของงาน
  • ลดความเมื่อยล้าของสายตา
  • เพิ่ม Productivity ของพนักงาน

กฎหมายแสงสว่างโรงงาน

อ้างอิงจาก

  • กฎกระทรวง พ.ศ. 2559
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2560

ตามหมวด ๒ เกี่ยวกับแสงสว่าง ข้อ ๔ นายจ้างต้องจัดให้สถานประกอบกิจการมีความเข้มของแสงสว่างไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่อธิบดีประกาศกําหนด

ตารางมาตรฐานค่าลักซ์โรงงาน

ประเภทงาน ค่าลักซ์ขั้นต่ำ ตัวอย่าง
ทางเดิน 50–100 lux ทางเดิน / ลาน
งานหยาบ 100–150 lux คลังสินค้า
งานทั่วไป 200–300 lux ไลน์ผลิต
งานละเอียด 500–750 lux พื้นที่ QC
งานละเอียดมาก 1000–1500 lux อิเล็กทรอนิกส์

อ่านเพิ่มเติม มาตรฐานความเข้มของแสงสว่างฉบับเต็ม

เกณฑ์การตรวจวัด “ความเข้มของแสงสว่าง” ในโรงงาน

การตรวจวัดแสงสว่างในสถานประกอบกิจการ เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ “ความปลอดภัย” และ “ประสิทธิภาพการทำงาน” ของพนักงานโดยตรง กฎหมายได้กำหนดแนวทางไว้อย่างชัดเจนในประกาศปี 2561 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2564 เฉพาะ ข้อ 8 ที่เกี่ยวกับเครื่องมือวัดแสง

หมวด ๓ การตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างและประเภทกิจการที่ต้องดําเนินการ

ข้อ 7 นายจ้าง “ทุกประเภทกิจการ” ต้องจัดให้มีการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง โดยต้องครอบคลุม 3 พื้นที่หลัก คือ

  1. พื้นที่ทั่วไป เช่น ทางเดิน โถง พื้นที่ใช้งานร่วม
  2. พื้นที่การผลิต เช่น ไลน์ผลิต โรงงาน พื้นที่ทำงานหลัก
  3. จุดทำงานเฉพาะ (Workstation) งานที่ต้องใช้สายตาเพ่ง เช่น งานประกอบ งานตรวจสอบ

เงื่อนไขสำคัญ

  • ต้องวัดในสภาพการทำงานปกติ
  • และวัดในช่วงที่แสงธรรมชาติน้อยที่สุด (เช่น ตอนเย็น/กลางคืน)

ข้อ 8 เครื่องมือวัดแสงต้องได้มาตรฐาน เครื่องวัดแสง (Lux Meter) ต้องเป็นไปตามมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง เช่น CIE 1931 ,ISO/CIE 10527 หรือมาตรฐานเทียบเท่า สิ่งที่ต้องทำก่อนวัดทุกครั้ง

  • ต้องทำ การตั้งค่าเครื่องให้อ่านค่าเป็นศูนย์ (Zeroing)
  • หรือทำตามคู่มือของผู้ผลิต

ข้อ 9 วิธีวัดแสงในพื้นที่ทั่วไป / พื้นที่ผลิต ตามมาตรฐาน ได้แก่

  • วัดที่ระดับความสูง 75 ซม. จากพื้น
  • วัดเป็น grid ทุก ๆ 2 x 2 เมตร
  • แล้วนำค่ามา “เฉลี่ย”

ข้อ 10 การวัดแสงที่จุดทำงาน (Workstation) สำหรับงานที่ต้องใช้สายตา “เฉพาะจุด” เช่นงานประกอบชิ้นส่วน งานตรวจสอบคุณภาพ หรืองานละเอียด

  • วัดตรงจุดที่สายตามอง หรือชิ้นงาน
  • ไม่ใช่วัดแบบเฉลี่ยทั้งพื้นที่

ข้อ 15 กําหนดให้นายจ้างจัดทํารายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียงภายในสถานประกอบกิจการ ตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด รูปแบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์ ที่ใช้จัดทำรายงาน

อ่านฉบับเต็มที่ หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะห์สภาวะการทํางาน

สรุป

การออกแบบแสงสว่างในโรงงานไม่ใช่ติดโคมไฮเบย์แค่ให้สว่าง แต่ต้องคำนึงถึง “มาตรฐานลักซ์” ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่แบ่งตามความเข้มของแสงที่แตกต่างกัน ตามบริเวณพื้นที่การใช้งาน นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงวิธีการวัดที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้แสงสว่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนด

หากคุณกำลังสร้างโรงงาน คลังสินค้าใหม่ ปรับปรุงแสงเดิม แนะนำให้คำนวณก่อนติดตั้ง เพียงส่งแบบขนาดพื้นที่ หรือรูปหน้างาน เราจะช่วยคุณคำนวณค่าลักซ์ เลือกโคมให้เหมาะ และประเมินจำนวนโคมให้ตรงตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด

เรามีบริการออกแบบแสงให้ฟรี ให้คุณเลือกซื้อทั้งโคมไฟไฮเบย์ และโคมโรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่รวมแบรนด์ชั้นนำ แสงสว่างที่คุณวางใจได้ จากแบรนด์ที่คุณเลือก สนใจสอบถาม-สั่งซื้อเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Line : @NINELED